Latte Factor คืออะไรกันนะ

KanyaweeR

KanyaweeR

นักวางแผนการเงิน CFP®

#LatteFactorคืออะไรกันนะ
เชื่อว่าหลายคนคงเคยได้อ่าน บทความการออมที่พูดถึงกาแฟแก้วละร้อยกว่าบาทกันมาบ้าง ถ้าเรางดของพวกนี้ได้ เราจะมีเงินเก็บเท่าไรรู้ไหม มาลองคำนวณกันดู บลา บลา บลา

หลายคำพูดที่ค่อนขอด ประชดประชัน ที่เคยอ่านผ่านตา เช่น
❓ทำไมคนถึงชอบกิน SB ทั้งที่มันแพง
❓คนที่กิน SB ทุกวันนี่รวยไหมคะ
❓คนที่กิน SB นี่เค้ามีเงินเดือนเท่าไรหรอ
❓คนที่กิน SB นี่เป็นเหยื่อการตลาดชั้นดี
❓มีแต่คนโง่ที่กิน SB
และอีกเยอะ ไปลองค้นดูซิ ในpantip มีหมดอะที่ว่ามา

☕️ จะว่าไปก็สิทธิ์ใครสิทธิ์มัน รสนิยมของใครของมัน
เราจะไปสรุปแทนเค้า(เอาเอง)ไม่ได้หรอกว่าการใช้จ่ายกับกาแฟแก้วละเกือบสองร้อย คือ คนไม่รู้จักออม ไม่รู้จักใช้เงิน ขี้อวด หรือไม่ฉลาด

นี่คุณไม่รู้หรอ ส่วนใหญ่ที่เค้าเข้าร้าน SB บางทีเค้าซื้อบรรยากาศ ซื้อความสะดวกสบาย ซื้อความสุขทางใจเล็กๆน้อยๆ และก็มีอีกหลายคนเหมือนกันที่ชื่นชอบในความหอม ในรสชาติของแบรนด์นี้จริงๆ

☕️ มามะ นั่งลงตรงนี้ จะเล่าให้ฟัง
คนเข้าร้าน SB บางทีเค้าไม่ได้อยากแค่ดื่มกาแฟ อยากนั่งทำงาน คุยงานกับลูกค้า นั่งเม้ามอยกับเพื่อนๆ อ่านหนังสือรอลูกเรียนพิเศษ หรือบางทีแบตหมด ลืมเอา power bank มาก็นั่งชาร์จได้ชิวชิว ไม่มีใครมาว่า หรือพนักงานทำหน้าบูดใส่เหมือนจะไล่เราอย่างนั้น

ไม่ได้กำหนดว่านั่งนานได้แค่ไหน (แต่ข้อนี้ก็อยากให้เห็นใจกันบ้าง บางสาขาก็ที่นั่งจำกัด พวกที่เอาของจองไว้แล้วตัวเองไม่อยู่ หรือมาคนสองคนแต่นั่งโต๊ะใหญ่ กรุณาอย่าทำ โปรดมีน้ำใจต่อกัน น้องพนักงานก็ลำบากใจ)
.
.

เคยไปนั่งคุยกับเพื่อนที่ร้านขนมร้านนึง แต่รู้สึกอึดอัดอย่างบอกไม่ถูก เหมือนน้องพนักงานสนใจพวกเรามากว่ากำลังทำอะไร พลันเหลือบไปเห็นป้ายที่วางไว้ว่า หากมาทำธุรกิจในร้าน มาขายตรง สอนพิเศษ คิดชั่วโมงละ 500 บาท เปล่า… พี่ไม่ได้มาสอนพิเศษ ไม่ได้มาขายตรง แค่คุยอัพเดทชีวิตเพื่อนสาวแค่นั้นเองงง ยังไม่ได้หยิบอะไรขึ้นมาขีดๆเขียนๆเลย ว่าแล้วก็ชวนกันเดินออก

☕️ สำหรับร้าน SB แล้วเอาเป็นว่า พนักงานที่ได้เจอ น้อง friendly เกือบทุกคน แต่ไม่เถียงนะว่าราคาสูง(ถ้าคุณเอาไปเทียบกับแบรนด์อื่น) แต่เราควรมองมากกว่า ว่าสิ่งที่เราได้มามันคุ้มไหม โอเค ถ้าคุณอยากได้แค่คาเฟอีน มองว่าไม่คุ้ม มันก็ไม่คุ้ม แต่หลายคนเค้ามาปิดเคส จบdeal ธุรกิจกันได้ที่นี่ เค้าก็มองว่ามันคุ้ม

มีเพื่อนนึงบอกว่า กิน SB เพราะนางไม่อยากกินนมข้นหวาน ครีมเทียม อันนี้ก็แล้วแต่ความชอบจริงๆ ว่ากันไม่ได้

…………………………….
กลับมาที่ Latte Factor
…………………………….
คำนี้มาจากหนังสือของ David Bach กล่าวไว้ในหนังสือ “The Automatic Millionaire” ของเค้าว่า เงินที่เราใช้จ่ายไปกับสิ่งเล็กน้อย พอรวมกันก็เป็นเงินก้อนใหญ่ได้ เช่น ค่ากาแฟที่เราต้องจ่ายไปทุกวัน ดูเหมือนเป็น คชจ.เล็กน้อย แต่ถ้าเราไม่ดื่มมันปีนึง จะออมเงินได้เท่าไร หรือดื่มวันเว้นวัน หรือแม้แต่ชงดื่มเอง ก็จะมีช่องทางออมเงินได้

#แต่ไม่ได้หมายถึงแค่เฉพาะกาแฟ จะเป็นขนมเค้ก ลูกอม ชานมไข่มุก หรืออะไรที่เราจ่ายไปในชีวิตประจำวันอย่างไม่รู้ตัว บางทีอาจไม่ได้เพิ่มคุณค่าอะไรให้เรา

📌 แนวคิด Latte Factor สอนให้เรารู้ถึงอันตรายของการใช้จ่ายที่เป็นนิสัย ที่เราไม่รู้ตัว บางทีการจ่ายเงินไปครั้งละ 10 บาท 20 บาท (แม้แต่ 100 บาทสำหรับบางคน) อาจจะดูไม่เยอะ แต่จะดูมีค่าขึ้นมาถ้ารวมเป็นเดือน เป็นปี

เช่น ชานมไข่มุกนุ่มน้ำตาลไหม้ แก้วละ 90 บาท ถ้ากินทุกวัน จ-ศ เราจะหมดเงินไป 450 บาท หรือ เดือนละ 1,800 บาท

แต่ถ้าเราลองงดเหลือสองวันละกัน จันทร์กับศุกร์ (นี่ไม่ได้กำลังพูดกับตัวเองอยู่หรอกนะ 🤣😂) วีคนึงเหลือแค่ 180 บาท เดือนนึงจ่ายไป 720 บาท หรือประหยัดได้ 1,080 บาท ต่อเดือนเลยนะ หรือปีละ 12,960 บาท (เอาไปซื้อ skincare ดีดีได้เซ็ทนึงเลยน้า หุหุ)

📌 แนวคิด Latte Factor นี้ไม่ได้ทำให้เรารวย แต่ทำให้เราระมัดระวังการใช้จ่ายเงินมากขึ้น มีวินัยทางการเงินมากขึ้น ทำให้เรารู้ว่าเราสามารถประหยัดตังค์ได้เท่าไร เพียงแค่การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเพียงนิดเดียว โดยที่ไม่รู้สึกว่ากดดันมากเกินไป

ทีนี้ก็เข้าใจกันแล้วเนอะ ลองสำรวจตัวเองดูว่ามีรายจ่ายอะไรที่เราตัดได้บ้าง อย่างไม่รันทดใจจนเกินไป 😭 ค่า member fitness รายเดือนละ ได้ไปไหม , ค่าสมาชิกหนังสือที่ขี้เกียจไปยกเลิกมีหรือเปล่า หรือ อะไรก็แล้วแต่ ลองนึกค่ะนึก

แล้วเราก็จะไม่บ่นว่า #ทำไมชั้นถึงเก็บเงินไม่ได้

LATEST

บทความที่คล้ายกัน

error: มีการป้องกันคัดลอกเนื้อหา